Covid-19 มีทุกข์ร่วมต้าน

ตอนนี้ก็มีข่าวว่าเชื้อ Covid-19 ได้เข้ามาแพร่กระจายในไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ซึ่งหลังจากมีข่าว ก็จะเริ่มมีการโทษกัน โกรธกัน เกลียดกัน นี่ขนาดยังไม่มีคนตายในไทยนะ ยังดูชิงชังกันขนาดนี้เลย

จริง ๆ เจ้าไวรัสตัวนี้นี่มันร้าย หลายประเทศก็กันไม่อยู่ จะมาไทยก็ไม่แปลก เพราะคนจีนมาเที่ยวไทยเยอะ ถึงเราจะเป็นอันดับสองในโลก ก็ยังไม่น่าแปลกใจอยู่ดี

ก็มีข้อมูลว่าคนนั้นคนนี้พาเข้ามา แต่ที่ไม่รู้ข้อมูลก็อีกมาก บางทีมันอาจจะแพร่ในจุดหนึ่งไปนานแล้วก็ได้ เพราะระยะฟักตัวมันเกือบเดือน ก็คงต้องบอกว่ารอดยาก

เชื้อโรคเข้ามาก็คงจะทำให้หลายภาคส่วนเสียหาย หลายคนเป็นทุกข์ ทุกข์จากโรคนั้นก็คงจะต้องรับไว้ วิบากกรรมเป็นสิ่งที่ปัดป้องหลบหลีกไม่ได้ คนจะโดนมันก็ต้องโดน

แต่ความชิงชังรังเกียจ เพ่งโทษ ถือสากันนี่มันไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ เพราะคนเราก็ต่างกันเป็นธรรมดา บางคนทิ้งตั๋วเดินทางเป็นแสนได้ แต่สำหรับบางคนมันอาจจะเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตเขาก็ได้ หรือถึงแม้เขาจะดื้อไปเที่ยวแล้วติดโรคมา เราก็ไม่จำเป็นต้องไปโกรธเขา แม้เขาจะเอาเชื้อมาติดแล้วเราทำให้เราหรือคนที่เรารักต้องป่วยและตายไปก็ตามที

เพราะเชื้อโรคอย่างมากก็ทำได้แค่ทำให้เราเป็นทุกข์ เสียเงิน ลำบากกาย หรืออย่างมากก็แค่ตาย แต่เชื้อชัง โกรธ เกลียด เพ่งโทษ ถือสา จะติดใจจิตเราไปอีกหลายชาติ เป็นมะเร็งกินใจแบบข้ามภพข้ามชาติ ทำให้ทุกข์ทั้งปัจจุบันและอนาคตไม่จบไม่สิ้น กิเลสมันร้ายกว่า Covid-19 อย่างเทียบไม่ติดเลยเชียวล่ะ

พระพุทธเจ้าตรัสสอนว่าจิตที่ตั้งไว้ผิดนั้นร้ายยิ่งกว่าโจรเจอกับโจร หรือยิ่งกว่าคนที่จองเวรกันกระทำแก่กัน ซึ่งโรคเหล่านี้มันก็ไม่ได้ร้ายขนาดโดนแล้วตายทันที มันยังมีเวลา ยังให้โอกาสในการรักษากันอยู่ แล้วคนที่หายก็มีเหมือนกัน

แต่โรคโกรธ เกลียด ชิงชัง ถือสา เพ่งโทษ ฯลฯ นี่มันไม่หายไปเองนะ หรือจะใช้ยารักษาได้นะ แล้วยังไม่ให้เวลาชะลอผลด้วย โกรธเมื่อไหร่ทุกข์เมื่อนั้น แถมยังทุกข์หลอกหลอน พาหม่นหมองไปเรื่อย ๆ อีกด้วย

พระพุทธเจ้าได้ตรัสทางหลีกเลี่ยงทุกข์ไว้ เช่น ถ้าเราไม่อยากถูกเบียดเบียน ก็อย่าไปเบียดเบียนผู้อื่น เชื้อโรคยุคหลัง ๆ นี้มาจากการทรมานและฆ่าสัตว์มากินทั้งนั้น การเลิกกินเนื้อสัตว์จะสร้างวิบาก(ผล) ให้เสมือนเดินอยู่บนคนละเส้นทาง คนกินเนื้อสัตว์ที่ยังยินดีในการเบียดเบียนกันอยู่ จะเหมือนเดินอยู่บนทางขรุขระ คนที่เลิกกินเนื้อสัตว์จะเหมือนเดินอยู่บนทางเรียบ มันจะมีเส้นทางชีวิตที่สบายกว่ากัน เพราะไม่มีผลแห่งการเบียดเบียนเป็นเหตุให้ทุกข์

อย่างน้อย ๆ เราเลิกเบียดเบียนสัตว์มาเพื่อเสพ เราก็สบายใจแล้วว่าเราไม่ได้ก่อกรรมเหล่านั้น ถ้าจะต้องติดโรค ต้องป่วย ต้องตาย ก็สบายใจแล้วว่า ไม่ได้เกิดเพราะเราทำชั่วเช่นนี้ในชาตินี้ มันก็แค่เศษผลกรรมชั่วในชาติก่อน ๆ เท่านั้น ชาตินี้เราเลิกเบียดเบียนสัตว์ ไม่ชักชวนให้คนเบียดเบียนสัตว์ ส่งเสริมให้คนเลิกเบียดเบียนสัตว์ ก็จะสร้างเส้นทางที่ราบเรียบที่สุดในชีวิตเท่าที่จะเป็นไปได้แล้ว คือดีที่สุดยังไงก็อย่างนั้นแหละ ถ้าพอใจ ไม่กลัว ไม่กังวล ก็จะไม่ทุกข์

แต่ถ้าคนเขาไม่เลิกเบียดเบียน ยังกินเนื้อสัตว์ ไม่มีศีล ฯลฯ เขาจะเป็นทุกข์มากเมื่อเป็นโรค ป่วยหนัก จนใกล้ตาย เพราะเขาไม่มีหลักประกันใจ ไม่มีความดีให้ระลึกถึง ไม่มีหลักให้อาศัย เขาจะต้องทุกข์มากกว่าเป็นโรคทางกาย เพราะเป็นโรคทางใจซ้ำเข้าไปอีก

เมื่อเหตุของ Covid-19 คือการกินเนื้อสัตว์ เราก็ทำตรงข้ามกับเหตุนั้นเสียสิ ผลมันก็จะไปคนละทางแล้ว ถ้าทิศทางถูกต้อง ที่เหลือคือความเร่งที่จะหนีให้ทันนรกที่กำลังไล่ล่าเข้ามา

โรคระบาดขนาดนี้ก็เป็นวิบากบาประดับโลก ก็ทำเหตุกันมา ก็ต้องรับผลกรรมกันไป ตามเศษตามส่วนที่ตนทำมา มีทุกข์กายก็ร่วมต้านความทุกข์ใจกันไป คนเราก็ทำได้เก่งสุดก็แค่ฝึกใจไม่ให้ทุกข์นี่แหละ ส่วนที่เหลือก็เป็นบทของกรรม

Leave a Reply

Your email address will not be published.