โลกหมุนไวมาก (โควิด-19)

ไม่กี่วันก่อนก็คิดว่า ถ้าเอาเรื่องที่พระพุทธเจ้าตรัสเปรียบว่า ความพยาบาทคือโรค มาพิมพ์บทความก็น่าจะดี แต่พอมาวันนี้ รู้สึกว่าโลกหมุนไปไกลและเร็วกว่าที่คิดไว้

สิ่งที่คิดไว้ก็เรียกว่าไม่ทันกาลแล้ว คือไม่เหมาะกับเวลา อาจจะต้องปรุงกันใหม่ ใส่น้ำหนักกันใหม่ แต่ก็ยอมรับว่ายากกับสังคมที่เต็มไปด้วยความเกลียดและกลัว

ก็เคยได้ยินพ่อครูเล่าเกี่ยวกับช่วงประมาณพันปีสุดท้ายก่อนถึงกลียุค จะสอนธรรมะไม่ได้ จะพากันปฏิบัติธรรมไม่ได้ จะช่วยใครไม่ได้แล้ว เอาตัวเองรอดได้อย่างเดียว

พอเห็นวิกฤติ โควิด-19 ก็เข้าใจเลย นี่ขนาดไทยเรายังไม่ประกาศเข้าระยะ 3 อย่างเป็นทางการ คนติดเชื้อตามข้อมูลภาครัฐแค่ไม่ถึงร้อย ในขณะที่ประเทศอื่น ๆ เขาติดกันทั่วบ้านทั่วเมือง แต่ไทยเราก็กลัวกังวลหวั่นไหว โกรธเกลียดชัง กันไปก่อนมากแล้ว

คนที่มีสภาพจิตไม่ปกติ คืออยู่ในสภาวะกลัว กังวล หรือโกรธ เกลียด ชิงชัง ไม่ใช่สภาวะที่จะพัฒนาจิตใจได้เลย ดังนั้นแม้เราจะไปบอกไปแนะหรือไปสอนคนที่ไม่มีสติ ย่อมเป็นการเหนื่อยเปล่า ดีไม่ดีเขาโกรธกลับอีก

ก็เห็นข่าวที่มีคนในวงการบันเทิงออกมาร้องไห้กลัวติดเชื้อ แล้วก็มีเพื่อนนักแสดงไปเตือนว่าให้มีสติ ผมว่าคนจะโกรธ เกลียด ทำร้ายกันก็เพราะไปแตะตอนเขาสติแตกนี่แหละ

กับคนสติแตก เสียใจที่ลูกตาย พระพุทธเจ้าที่ว่ารู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง ยังไม่สอนอะไรทันทีเลย แต่ก็ใช้กุศโลบาย ให้ไปหาเมล็ดผักกาดในบ้านที่ไม่มีคนตาย ซึ่งก็หาไม่ได้หรอก สุดท้ายก็กลับหาพระพุทธเจ้า ฟังธรรมจนบรรลุธรรมในที่สุด (เรื่องนาง กีสาโคตรมี)

ภาพรวม ๆ ตอนนี้ก็เหมือนที่ชาวเน็ตเขาเปรียบกันเหมือนติดเชื้อซอมบี้นั่นแหละ สมัยก่อนเคยดูหนังซอมบี้มาบ้าง ก็ไม่คิดว่าภาพเหล่านี้จะมีให้เห็นจริง ๆ นี่ขนาดต้นเรื่องยังขนาดนี้ เดินเรื่องต่อไปจะขนาดไหน

เป็นเรื่องที่ไม่อยากจะดู ไม่อยากจะเข้าร่วมเท่าไหร่ แต่ก็เป็นวิบากกรรมระดับโลก คือโดนกันทั้งโลก ตอนนี้จะหนีไปไหนก็ไม่ได้แล้ว เพราะไปที่ไหนก็เจอคน ก็คงมีแต่หลบเข้าป่าไม่พบเจอผู้คนเท่านั้นแหละ

แต่คิดว่าคงไม่ร้ายขนาดนั้น เพราะไวรัสตัวนี้อัตราการตายก็ไม่ได้สูงนัก แล้วมีตัวอย่างของจีนที่จัดการกับปัญหาได้ไว ก็อาจจะต้องมีเจ็บป่วยล้มตายกันไปบ้าง แต่ก็คิดว่าภาพรวมน่าจะไม่เสียหายนัก

เรื่องเศรษฐกิจ เป็นเรื่องที่ต้องทำใจ เพราะทรุดทั้งโลกแน่ ๆ ของไทยขนาดยังไม่เข้าระยะ 3 ยังต้องแก่งแย่งหาอุปกรณ์ป้องกันกันขนาดนี้ คิดว่าต่อไปก็คือการแย่งอาหาร แล้วก็แย่งยา แย่งพยาบาล แย่งหมอ แย่งโรงพยาบาล ดีไม่ดีแย่งเมรุเผากันอีก

ต่อไปจะมีแต่เหตุให้คนเป็นทุกข์เศร้าหมองทั้งนั้น ณ เวลานี้อะไรจะดีกว่าการปฏิบัติธรรมไปได้ เพราะทุกข์เนี่ยมาแน่ ๆ ถ้าเราเตรียมรับมือกับความพร่องของโลกไว้ ทำความเข้าใจว่าเรามีความเจ็บป่วยเป็นธรรมดา ความเจ็บป่วยนั้นไม่ใช่หมายแค่ร่างกาย แต่เป็นสภาพที่มันขาด ๆ พร่อง ๆ ด้วย เช่น โดนให้กักตัว ก็คือความป่วยจากอิสระเสรี ต้องทนอยู่ในข้อจำกัดช่วงหนึ่ง หรืออาหารมันขาด ๆ พร่อง ๆ มีกินแต่ข้าวกับเกลือ หาผักไม่ได้ ก็คือความป่วยจากความมีกิน ขนาดพระพุทธเจ้ายังมีวิบากกรรมที่ทำให้ไม่มีกิน 7 วันเลย ดีไม่เท่าท่านอย่างเราจะไปเหลืออะไร

สังคมตอนนี้ค่อนข้างอ่อนไหวมาก แถมยังมีสื่อมาร คอยเสี้ยมให้คนทะเลาะกัน โกรธเกลียดกันในประเด็นต่าง ๆ ยิ่งเพิ่มอุณหภูมิความร้อนและวิบากบาปให้มากขึ้นไปอีก

ก็หาทางเอาตัวรอดกันไป จะย้ำทิ้งท้ายว่า ความกลัว กังวล ระแวง หวั่นไหว และความโกรธ เกลียด ชิงชัง พยายาท สิ่งเหล่านี้ผมเห็นว่าเป้นภัยกว่า covid-19 เสียอีก

Leave a Reply

Your email address will not be published.