เทศกาลเจ กับการเลิกกินเนื้อสัตว์

พอถึงเทศกาลเจ ก็นึกถึงจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ในการเลิกกินเนื้อสัตว์ของตัวเอง ไม่ได้เริ่มจากอยากได้บุญ หรือเมตตาอะไรหรอก มาจากชอบลองของใหม่ ๆ เทศกาลเจจะมีอะไรแปลก ๆ ให้ได้ลอง ก็เลยลองกินตามที่ตลาดเขามีขายนั้นละ พอกินแล้วก็รู้สึกเบาตัวดี ขับถ่ายดี กว่าช่วงที่กินเนื้อสัตว์ ก็คิดว่าถ้าเรากินไปตลอดก็คงดี แต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไรมาก เพราะว่าช่วงเวลาปกติก็หากินยาก ทำก็ไม่เป็น ดูลำบากไปหมด รู้ว่าดีแต่ไว้ก่อนละกันมันยาก ก็ไม่ได้มีปัญญาอะไรเพิ่มที่จะเลิกกินเนื้อสัตว์

จนได้มาเข้าค่ายแพทย์วิถีธรรม อาหารในค่ายก็เป็นอาหารไม่มีเนื้อสัตว์ อาหารก็ง่าย ๆ เน้นผักเป็นหลัก ก็มีลวก ต้ม ผัด ง่าย ๆ ทำให้ได้รู้ว่าอาหารมังสวิรัติจริง ๆ มันง่ายนะ ง่ายมากด้วยไม่เห็นมีอะไรให้ยุ่งยากเลย หาง่าย กินง่าย สบาย ที่มันยากคือ มันมีกิเลสติดใจในเนื้อสัตว์นั้นละยาก และได้ฟัง อ.หมอเขียว บรรยาย ท่านก็ได้ให้ปัญญาเพิ่มในการเลิกกินเนื้อสัตว์ กินเนื้อสัตว์เป็นการเบียนเบียดชีวิตสัตว์ ไม่มีสัตว์ตัวไหนยินดีให้เรากินหรอก สัตว์ต้องทรมานมาก ผิดศีลข้อ 1 เต็ม ๆ การกินเนื้อสัตว์ก็เป็นโทษอีก ทำให้ย่อยยาก กระบวนการกว่าจะได้เนื้อสัตว์มาให้เรากินก็ล้วนมีแต่สารพิษ พิจารณาไปถึงกรรมและผลของกรรม เรากินอยู่ก็ยังเบียดเบียนอยู่ การเบียดเบียนย่อมก่อให้เกิดวิบากร้าย เป็นการทำบาป เหนี่ยวนำให้คนอื่น ๆ เห็นว่าการกินเนื้อสัตว์ยังดี ยังเป็นสิ่งที่ถูกอยู่ เป็นการพอกกิเลส หลงยินดี หลงเสพ รสชาติ สัมผัสของเนื้อสัตว์ หลงว่าอร่อย หลงว่าดี ติดกามในเนื้อสัตว์ กินเพื่อกิเลส กินสนุก กินเอาบันเทิง

พอได้ปัญญาที่ อ. หมอเขียวได้ขยายความธรรมะจากพระไตรปิฎก ทำให้ชัดมากขึ้น มีกำลังในการตั้งสินใจเลิกกินเนื้อสัตว์ ปัญญาเต็มรอบก็ตัดเนื้อสัตว์ได้โดยไม่ยากมาก ไม่เหลือเหตุผลอะไรที่ทำให้ต้องไปกินเนื้อสัตว์ เพราะเหตุผลต่าง ๆ ที่เคยอ้างมามันก็เหตุผลของกิเลสทั้งนั้น การปฏิบัติธรรม ต้องหาสัตบุรุษให้เจอ แล้วก็ได้ฟังธรรมะจากท่าน นำมาปฏิบัติจนเกิดผล

 

Leave a Reply

Your email address will not be published.