อาการโควิด19 กับการฆ่าสัตว์

เมื่อคืนไล่อ่านข่าวไป ก็นั่งนึกถึงอาการของคนที่กลัว กังวล ระแวง หวั่นไหวอย่างมากในสังคมตอนนี้ เช่นประโยคที่เขาฮิตกันประมาณว่า “ฉันติดหรือยัง(วะ)

ก็นึกถึงภาพที่เขาไล่ต้อนสัตว์ไปฆ่า เอาขึ้นรถไปฆ่า เอาไปเข้าโรงฆ่าสัตว์

ก็นึกถึงว่า สัตว์เขาจะกลัว กังวล ระแวง หวั่นไหวขนาดไหนหนอ ก็คงจะคล้าย ๆ กับอาการของคนที่กลัว กังวล ระแวง หวั่นไหว ในสังคมอยู่ตอนนี้นั่นแหละ

สัตว์มันรู้นะว่าเขาจะเอาไปฆ่า มันก็ไม่อยากเดินไป กลัวจนน้ำตาไหล ร้องไห้ วิ่งหนี จะถึงคิวฉันหรือยัง ฉันจะโดนหรือยัง แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นอยู่ดี ต้องถูกเขาตี ถูกเขาฆ่า

จริง ๆ มันก็คืออารมณ์ของทุกข์คล้าย ๆ กันกับภัยของโควิด19 นั่นแหละ แม้ยังไม่ติด ยังไม่เป็น ก็เป็นทุกข์มากแล้ว

… กลับมาดูชีวิตผมตอนนี้ เรียกว่าแทบจะไม่ได้รับผลกระทบเลย ถ้าจะมีก็ลำดับท้าย ๆ ในสังคมนั่นแหละ หรือถ้าจะมีก็เป็นเหตุจากคนในครอบครัวที่อยู่ในเมือง

วิบากกรรมจะเป็นตัวส่งผลให้คนเป็นคนไป ที่ไหนอย่างไร ต้องเผชิญกับอะไร ก็ล้วนแล้วแต่เป็นผลจากการกระทำในปัจจุบันและอดีต

คนที่ไม่ได้ทำกรรมที่ไปทำชั่วเอง ไปสนับสนุนให้คนทำชั่ว ไปยินดีในการทำชั่ว ไปเบียดเบียด กดดัน บีบคั้น หรือบังคับมา ก็จะไม่ต้องโดน สภาพเหล่านั้นกลับมาสนองเช่นกัน

อย่างการที่เราเลิกกินเนื้อสัตว์ นม ไข่ เนี่ย เราก็ไม่มีกรรมในส่วนที่ไปสนับสนุนให้เขาฆ่า ให้เขากักขัง ให้เขาข่มขืน ให้เขาทรมานสัตว์ ฯลฯ เราก็ไม่ต้องรับผลกรรม เช่น อาการอย่างที่สัตว์ต้องเจอ หรือถึงจะต้องเจอก็จะเจอน้อย เพราะมีแต่ผลกรรมเก่า ไม่มีน้ำหนักของกรรมในปัจจุบันเป็นตัวร่วมเสริมแรงใด ๆ

ที่สำคัญที่สุด คือใจที่ไม่กลัว กังวล ระแวง หวั่นไหว จะเป็นใจที่ผาสุกที่สุด เพราะถ้าเราเชื่อมั่นในกรรม เชื่อมั่นว่าเราได้ละชั่ว ทำดี ทำจิตใจให้ผาสุกผ่องใส ไม่เบียดเบียนได้โดยลำดับ เราจะมั่นใจในความดีของตัวเราว่ามันไม่เป็นอะไรมากหรอก

ถึงมันจะเป็น มันก็เป็นน้อยที่สุด เบาที่สุด ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เพราะเราได้ละเหตุแห่งความชั่วนั้น ๆ แล้ว

การฆ่าสัตว์คือการเบียดเบียนที่มาก พระพุทธเจ้าสอนว่า วิบากกรรม(ผล) ของการฆ่าสัตว์ ทำให้มีโรคมากและอายุสั้น

แน่นอนว่าผู้ที่สนับสนุนให้เกิดการฆ่า ยังยินดีในการฆ่าสัตว์เหล่านั้นก็ย่อมมีผลร้ายต่อตนเองด้วยเช่นกัน อย่างที่พระพุทธเจ้าได้ทรงเคยเล่าวิบากกรรมของท่านเองว่า ที่ท่านต้องมาปวดหัว เพราะในชาติก่อน เคยไปยินดีที่เขาฆ่าปลา

แค่มีจิตไปยินดีที่เขาฆ่าสัตว์ ก็เรียกว่าบาปแล้ว คนสมัยนี้ไม่ใช่แค่จิตยินดีแล้ว แต่เอาเงินไปสนับสนุนให้เขาฆ่ากันเป็นปกติในชีวิต ฆ่ามาแล้วเอาเงินฉันไป เงินคือใบสั่งฆ่า คือเจตนาให้ฆ่ามาให้อย่างชัดเจน

ดังนั้น การที่คนส่วนมากจะมีอาการเช่นนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เป็นเรื่องที่ควรจะศึกษาและทำความเข้าใจในกรรม เพราะถ้าเขายังทำชั่วอยู่ เขาหนีไม่พ้นอาการกลัวต่าง ๆ เหล่านี้หรอก เพราะกรรมมีผล ทำลงไปแล้วมันมีผล ไม่สลายหายไปได้เอง ต้องรับผลเท่านั้นจึงจะหมดไป

รับเท่าไหร่ ? ก็รับเท่าที่ทำมา ? ก็ยุติธรรมดีนี่

การที่จะมีคนเสียสติ สติแตก ฯลฯ มันก็เป็นเรื่องธรรมดาในสังคมยุคนี้ ไม่ใช่เรื่องแปลก หรือเรื่องที่น่าจะไปชิงชังเขาแต่อย่างใด เพราะมันแค่เป็นเรื่องปกติธรรมดา ของสังคมที่เต็มไปด้วยการเบียดเบียนสัตว์อื่น ก็จะออกอาการประมาณนี้แหละ

Leave a Reply

Your email address will not be published.