สรุปสภาวะธรรม ค่ายพระไตรปิฎก ครั้งที่ 28

สรุปสภาวะธรรม ที่ได้จากค่ายพระไตรปิฎก ครั้งที่ 28 วันที่ 19-25 มกราคม 2563 ณ สวนป่านาบุญ 2 อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช

ค่ายนี้เป็นค่ายที่เดินทางไกลที่สุดในค่ายต่าง ๆ ของค่ายหมอเขียว แต่ก็ทดแทนด้วยการเดินทางที่สบาย ไม่เหนื่อยมาก โดยการโดยสารรถไฟ ค่ายก็อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ ถือว่าเป็นการเดินทางที่สะดวกมาก ก่อนจะไปค่ายผมก็มักจะเตรียมความพร้อมว่าค่ายนี้เรามีเป้าหมายอะไร ค่ายนี้ก็เหมือนกัน คือตั้งจิตที่จะไปเรียนรู้ธรรมะจาก อ.หมอเขียว เป็นหลัก เนื่องจากหลายครั้งที่ผ่านมา อาจจะหลงไปทำงานอื่นบ้างระหว่าง อ.หมอเขียว บรรยาย ก็จะพลาดเนื้อหาบางส่วนไป โอกาสที่เราจะได้ไปเจอ อ.หมอเขียว ก็มีไม่มาก ไปแล้วไม่ได้ฟัง มัวไปทำอย่างอื่นก็คงไม่ถูกสักเท่าไหร่ ไม่มีอะไรสำคัญเท่าการฟังธรรม เลยตั้งจิตไปแบบนี้ พร้อมงานรอง คือร่วมบำเพ็ญตามฐานงานที่หมู่พากันทำ

สรุปแล้วค่ายนี้ก็ได้ฟังธรรม ไปประมาณ 95% จากที่ อ.หมอเขียว บรรยาย ที่หายไป 5% บางช่วงที่เป็นงานช่วยเหลือพี่น้องทำงาน แก้ไขปัญหา เพราะกิจกรรมในค่ายค่อนข้างดำเนินต่อเนื่อง เวลาก็มีน้อยในบางจังหวะ ก็ทำให้ได้ตรวจใจว่าเรายึดมั่นถือมั่น ที่จะต้องฟังธรรมไหม ก็ตรวจอยู่ประมาณนึง มีอะไรมากวน ๆ ทำให้ทุกข์ไหม ก็ไม่มี ระหว่างที่ อ.หมอเขียว เริ่มขึ้นบรรยาย เราก็แค่รับรู้ว่าถึงเวลาเรียนละ แต่ก็ยังมีภารกิจติดพันอยู่ ก็ทำให้จบไป เมื่อจบแล้วก็ขอตัวไปฟัง อ.หมอเขียวต่อ โจทย์นี้ถือว่าผ่านไป

ในค่ายนี้ อ.หมอเขียว ได้เน้นให้ทำพากเพียรลดกิเลสในตนเอง และพร้อมกันขวนขวายในกุศลธรรม ง่าย ๆ ก็คือทำประโยชน์ตน พร้อมทำประโยชน์ท่านไปด้วย เป็นการรวมพลังเข็นกงล้อพระธรรมจักร เราต้องฝึกในการพึ่งตนเอง และช่วยคนอื่นให้พ้นทุกข์ เพราะนับวันปัญหาในโลกจะมีมากขึ้นทุกวัน ช่วงที่อยู่ค่าย ก็มีข่าวทั้งฝุ่น PM2.5, น้ำกร่อย, น้ำแล้ง, ไฟป่า, โจรปล้นฆ่า, โรคระบาด จะเห็นได้ว่าปัญหาเยอะไปหมด คนไม่ลดกิเลส ไม่ทำกุศล จะทุกข์ใจมาก มีแต่ความกังวล การเบียดเบียน ยึดมั่นถือมั่น ทำเหตุแห่งทุกข์กันไม่มีที่สุด เราได้เจอสัตบุรุษชี้ทางให้แล้ว ก็ต้องรีบพากเพียรอย่างเต็มที่ วิบากร้ายไล่ล่าไม่หยุด เราจึงควรลดกิเลส เครื่องกังวล เครื่องเบียดเบียน ความยึดมั่นถือมั่น เมื่อเกิดปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตก็จะมีปัญญาในการแก้ปัญญานั้น ลดทุกข์ใจได้ พร้อมมีแรงไปช่วยผู้อื่นให้พ้นทุกข์ได้อีก

งานบำเพ็ญในค่ายก็เป็นการพัฒนาพื้นที่ เช่น ตัดแต่งต้นไม้, เก็บกิ่งไม้, เก็บอิฐมาทำบาราย จากที่ได้ร่วมบำเพ็ญกับพี่น้อง เป็นการทำงานที่มีคุณค่ามาก คือสำหรับผม ผลของงานก็ประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็วจากการร่วมไม้ร่วมมือกันเป็นพลังมหัศจรรย์ ในค่ายชาวค่ายส่วนมากก็เป็นผู้อายุยาวซะเยอะ (50+) แต่ทำงานกันอย่างวัยรุ่น ไม่บอกให้เลิกไม่ยอมเลิกกัน แต่นั้นก็ไม่ใช่ที่สุด ที่ได้มากกว่าคือ การทำงานกันอย่างสามัคคี พร้อมกันร่วมกันทำงาน ทำตามมติหมู่ หมู่ว่าไงว่างั้น ผมก็ใช้วิธีนี้คือ หมู่ให้ทำอะไรทำ ช่วยเหลือในส่วนที่ขาด แม้บางอย่างทำไปแล้วอาจจะมีผิดพลาดบ้าง แต่พี่น้องก็ช่วยกันแก้ไขปัญหา พร้อมปรับพร้อมเปลี่ยน ปัญหานั้นก็ผ่านไปได้ เป็นความเจริญ ทำงานท่ามกลางความเบิกบาน เนี่ยละคือการปฏิบัติธรรมของพุทธ ทำกิจกรรม ทำกิจน้อยใหญ่ ร่วมกับหมู่ มิตรดี เพื่อประโยชน์ของคนหมู่มาก พร้อมเพ่งเล็งในอธิศีล คือการลดกิเลสตัวเองให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป สำหรับผมเป็นการทำงาน ที่ทำไปมีความสุขไป แม้งานจะหนักแต่ใจเราเบา สบาย เหนื่อยก็พัก หายเหนื่อยก็ทำต่อ

สรุปในค่ายนี้ ได้ทั้งใช้ปัญญา คือการเรียนธรรมะ และใช้แรง คือการบำเพ็ญฐานงาน อ.หมอเขียว ท่านก็บอกว่าเราควรจะใช้ทั้งปัญญาและแรงให้สมดุล ไม่อย่างนั้นอีกอย่างมันจะฝ่อ เลยได้ลองปฏิบัติจริง การจะปฏิบัติธรรมต้องปฏิบัติอยู่ร่วมกับหมู่ มิตรดีเนี่ยละ ได้ปัญญาเร็วที่สุดแล้ว เรียนรู้จากการทำงานร่วมกัน คนเราอยู่ร่วมกับคนอื่นมันมีอะไรไม่ตรงกันแน่นอน จะได้ตรวจตัวเองก็ตรงนี้ละ แถมได้มี อ.หมอเขียวมาสอนธรรมะที่สามารถเจาะกิเลสให้เราเห็นลีลากิเลส โทษของกิเลส และวิธีพิจารณากำจัดกิเลสอีก ทบทวนซ้ำเข้าไป เป็น 7 วันที่มีค่ามาก ชีวิตผาสุกขึ้น

Leave a Reply

Your email address will not be published.