สติในสภาวะวิกฤต x COVID-19

ท่ามกลางวิกฤต มักได้ยินเสียงเรียกร้องให้ทุกคนตั้งสติ มีสติ สติ สติ แต่สติแตกไปแล้วจะไปตั้งได้อย่างไงล่ะ มันไม่ทันแล้วในสภาวะวิกฤต หากจิตตกไปแล้ว สติแตกไปแล้ว คงยากที่จะไปทำอะไรได้ คงทำได้แค่ประคับประคองกันไปก่อนให้สถานการณ์ค่อย ๆ คลี่คลาย แล้วค่อยว่ากันใหม่

 

แล้วที่ว่าให้มีสติกัน ช่วยกันมีสติกันนะ สติเรื่องอะไรล่ะ เรื่องที่เราสามารถนำมาพิจารณาได้ในสภาวะวิกฤต ก็คือ มีสติในการพิจารณาความจริงตามความเป็นจริง

 

ขอยกตัวอย่าง เคสไวรัส COVID-19 เป็นโรคระบาดใหม่ แพร่กระจายทั่วโลก มีคนตายจากไวรัสนี้ คนที่ตื่นกลัวก็จะกลัวไปหมดทุกสิ่ง กลัวติดเชื้อ กลัวคนใกล้ตัวติดเชื้อ กลัวตาย กลัวต้องจากคนรัก กลัวจะทำมาหากินไม่ได้ กลัวเดินทางไปที่ไหนไม่ได้ กลัวไม่มีอาหารกักตุนอาหารกัน กลัวไปต่าง ๆ นานา

 

หากเราดูความจริงตามความเป็นจริงแล้ว แม้ไวรัสนี้อันตราย แต่เราก็ระวังได้

เราอยู่ในที่เสี่ยงไหม

เรามีพฤติกรรมเสี่ยงไหม

เราป้องกันตัวเองพอสมควรดีแล้วไหม

เราได้รับข่าวสารที่กรองแล้วหรือไม่ ไม่รีบด่วนสรุป

หากแม้เกิดติดเชื้อแล้ว เขาก็ยังรักษาได้ หายได้

โรคนี้ทำให้ตายได้ก็จริง แต่คนหายก็มีมากกว่ามาก

 

จะเห็นได้ว่าหากเราพิจารณาตามความจริงแล้ว หากเราไม่ได้อยู่ในที่ที่เขาระบาดกันหนัก ๆ ก็แค่ตระหนัก ระมัดระวังก็พอ ปฏิบัติตัวตามที่หน่วยงานต่าง ๆ แนะนำไม่ทำพฤติกรรมเสี่ยงก็เพียงพอ

โรคระบาดที่น่ากลัวยังไม่น่ากลัว เท่ากับใจที่เป็นทุกข์จากความหวาดกลัว ตื่นกลัว พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ใจเป็นประธานของสิ่งทั้งปวง” โรคใหม่บางทียังไม่ติดหรอก แต่ป่วยเป็นโรคอื่นก่อนแล้ว ทุกข์ที่ทุกข์ที่สุดในโลกคือ ทุกข์ใจ เมื่อใจทุกข์แล้วย่อมเสียไปทั้งหมด สร้างทั้งความกลัว กังวล เบียดเบียนแย่งชิง ยึดมั่นถือมั่นว่าสิ่งนี้ต้องไม่เกิดกับตัวเอง ฉันต้องไม่ป่วย เป็นต้น

 

ในสภาวะวิกฤต การมีสติพิจารณาความจริง ของสิ่งที่เกิดขึ้น จะช่วยให้ค่อยทางออก ทางเลือกในการดำเนินการต่อไป ให้ผ่านพ้นวิกฤตนั้นไปได้ เวลามีวิกฤตเข้ามาหากไม่ได้ฝึกมาจิต ฝึกใจ ฝึกใช้สติมา ย่อมรับมือได้ลำบาก ก็เหมือนเวลาจะแก้ปมเชือกก็ต้องอาศัยประสบการณ์ แล้วค่อย ๆ แก้ปม ไปที่ละนิด คลายปัญหาทีละหน่อย เท่าที่ทำได้

Leave a Reply

Your email address will not be published.