ลดการใช้ถุงอย่างฟุ่มเฟือย

ต้นปีนี้ก็มีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับวงการค้าขาย คือห้างร้านที่ค้าปลีกส่วนมาก เลิกให้บริการถุงพลาสติกแล้ว

ซึ่งเขาก็มีการประกาศล่วงหน้ากันมาสักพัก ผมเองก็ต้องปรับตัวเหมือนกัน ปกติก็จะมีทั้งถุงผ้าและถุงพลาสติกที่ดูทน ๆ อยู่แล้ว แต่มันพกพายาก เพราะมันใหญ่และหนัก ก็เลยไปหาซื้อพวกถุงผ้าครึ่ง ๆ กลาง ๆ มาติดกระเป๋าไว้ พับง่าย พกง่าย เบา ใส่ได้ประมาณหนึ่ง ทนทานระดับหนึ่ง

แต่ใกล้ ๆ วันจริง ๆ บางห้างเขาก็มีมาขายเพิ่ม ดีกว่าที่ผมไปหาซื้อเตรียมไว้อีก ก็ถือว่าดี มีทางเลือกเตรียมไว้ให้ลูกค้า ส่วนพอถึงวันเขาจะเลือกไม่เลือกก็อีกเรื่อง

ในเรื่องลดการใช้ถุงฟุ่มเฟือยนี้ผมเห็นด้วย เพราะผมเองก็พยายามที่จะลดใช้ถุงพลาสติกมาหลายปีแล้ว จนพ่อแม้แม่ค้าในตลาดเขาจำได้ เขาก็ทักว่ามีเราคนเดียวนี่แหละที่ทำแบบนี้ ก็พยายามทำกันไป แม้ว่ามันจะสวนกระแสมาก ๆ แต่มันดี เราก็ทำ แค่แปลกหน่อยเท่านั้นเอง

ในประเด็นของขยะพลาสติกนั้น ผมว่าวัสดุไม่ใช่ปัญหา พลาสติกก็ไม่ใช่ปัญหา ถุงผ้าก็ไม่ใช่ปัญหา ปัญหาคือความฟุ่มเฟือยของการใช้แล้วทิ้งทันที

ไม่ต้องคิดถึงซื้อของในห้างหรอก เอาแค่ซื้อขนมข้างทางทั่วไป ก็มักจะได้ถุงใส่ขนม แล้วก็ถุงใส่ถุงขนมอีกทีหนึ่ง ในเชิงของการบริหารการจัดการการขายก็ถือว่าดี เพราะกระบวนการขายชัดเจน ไม่ยุ่งยาก แต่ในมุมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพนั้นเรียกว่าสอบตก เพราะถุงเหล่านั้นมักจะกลายเป็นขยะในเวลาอีกไม่นานนัก

การใช้ซ้ำก็เป็นกระบวนการหนึ่งที่ลดการผลิตใหม่ได้ แต่ที่ดีที่สุดคือการกินใช้เท่าที่จำเป็น กินใช้อย่างไม่ฟุ่มเฟือย ไม่กินเล่น กินให้จบไปเป็นมื้อ ๆ ถ้ากินเล่น กินเอาอร่อย กินสนองกามนี่ยังไงขยะก็ล้น เพราะกินทีหนึ่งก็ต้องใช้ถุงสองสามถุง กินกี่ทีก็คูณกันไป มันก็สะดวกคนกิน จนติดเป็นนิสัย สุดท้ายความสะดวกสบายจะฆ่าตัวเองและทำร้ายผู้อื่น

ฆ่ายังไง? ทำร้ายยังไง? ก็ตอนที่เขาเลิกบริการถุงเหล่านั้นนั่นไง นี่ขนาดเขาแค่เลิกเป็นบางหมวดหมู่ ก็ไม่ยอมปรับตัว ติดว่านี่คือบริการที่ต้องทำให้ฉัน พอไม่ได้ดั่งใจก็ไปลงกับพนักงานขายนั่นแหละ สรุปเลิกใช้ถุงต้นปี ก็ทุกข์ตั้งแต่ต้นปีเลย เพราะไม่ปรับตัว ยึดติด บ้าอำนาจ ก็ทำให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อนกันไป

คนที่เขาสร้างสรรค์ก็มีอยู่บ้าง ไม่สร้างสรรค์ก็มีอยู่บ้าง ต้องระวังการสร้างกระแส เพราะถ้าไปทำให้คนไม่พอใจ โกรธ ก็เป็นส่วนในการเหนี่ยวนำบาปนั้น ๆ

ไม่มีอะไรที่ดีที่สุดในโลกหรอก ของกินของใช้พวกนี้มันต้องปรับเปลี่ยนกันไป ถ้ามันไม่เบียดเบียนใคร ใช้ไปก็ไม่เดือนร้อนใครก็ใช้ไป แต่ถ้ามันชักจะเบียดเบียนตัวเอง คนอื่น สิ่งแวดล้อม มันก็จะต้องปรับ ๆ กันไปแบบนี้แหละ เป็นเรื่องธรรมดา

Leave a Reply

Your email address will not be published.