รักชีวิต อย่าคิดสู้ อย่ากร่าง อย่าใหญ่

ข่าวช่วงนี้ค่อนข้างรุนแรง เรื่องเล็กน้อย แต่ผลกลับถึงขั้นฆ่ากันได้ ตั้งแต่ข่าวยิงกันเพราะท้าทายกัน (มือปืนรถขุด) หรือเด็กม.ต้นที่เอาปืนไปยิงเพื่อน และอ่านข่าวล่าสุดเจ้าบ่าวที่ตายในวันงานแต่งงานของตนเองเพราะ อันธพาลแถวพื้นที่ไม่พอใจที่เจ้าบ่าวออกมาจัดการเมื่อเขาเหล่านั้นก่อเรื่องในงานที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเขาเลย

บางชีวิตนี่มันก็กำหนดชัดเจนไม่ได้หรอก ว่าจะเจอดี เจอตอ เจอกับความตายได้เมื่อไหร่ แม้บางทีจะมีเจตนาดี หวังดี เป็นคนดีสุด แม้เป็นพระอรหันต์ก็ยังถูกคนพาลฆ่าตายได้

แต่เรื่องนี้ก็พอจะป้องกันได้ ถ้าเราไม่นับวิบากกรรมเก่าที่ทำชั่วหนักหนาสะสมมาหลายชาติ กรรมหรือการกระทำในปัจจุบันนั่นแหละ คือตัวชี้เป็นชี้ตาย

เราไม่รู้หรอกว่า คนที่เราไปเจอด้วยเขาเป็นคนอย่างไร ถ้าเขาดีก็ดีไป เพราะคนดีจะไม่ถือสา แต่ถ้าเจอกับคนร้าย คนชั่ว คนพาลล่ะ จะเป็นอย่างไร

คนพาลมีการเพ่งโทษเป็นกำลัง มีธาตุที่สามารถขยายความโลภ โกรธ หลง ได้ยิ่งกว่าทวีคูณ จะเรียกว่าเป็นอนันต์ก็เป็นไปได้ คือมากจนนับไม่ได้

การเพ่งโทษ หรือขยายเชื้อโรค คือ โลภ โกรธ หลงนั้นคือกิเลส กิเลสในคนชั่วคนพาล จะแตกตัวและเพิ่มจำนวนได้ไวเป็นพิเศษ นั่นหมายความว่า คุณไปทำให้เขาโกรธ 1 ที แต่ในใจเขาอาจจะเป็นร้อยเป็นล้านทีก็ได้

เพราะคนพาลมีการเพ่งโทษเป็นกำลัง จึงมีกำลังในการพุ่งไปที่ความโกรธ เกลียด อาฆาตได้มากกว่าคนดีทั่ว ๆ ไป เขาจะคิดปรุงวนไปซ้ำ ๆ โกรธ เกลียด จองเวร อาฆาตซ้ำ ๆ ในหัว ไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ ยิ่งปรุงยิ่งเกลียด ยิ่งคิดยิ่งแค้น ยิ่งไม่พอใจ แล้วอารมณ์พวกนี้มันสะสม มันมีผล

ผลของคนชั่วคนพาลที่สะสมกิเลสจนเต็มใจ คือการบันดาลโทสะ การยั่วโมโห การด่า การทำร้าย การฆ่า ฯลฯ ล้วนแต่เป็นผลของกิเลสที่สุกงอม

เราไม่รู้หรอกว่าใครจะมีความชั่วร้ายในใจขนาดไหน เรื่องนี้ไม่ต้องไปทดสอบหรือทดลองอะไร ให้ห่างเข้าไว้เป็นหลัก ใช้ศีลและเวลาเป็นตัวตรวจสอบ อย่าไปทำใหญ่ ไปกร่างใส่เขา

บางทีมีคนเขามาทำใหญ่ มาข่ม มากร่าง มาด่าเรา ก็ให้เรายอมไว้เป็นหลัก เพราะถ้าสู้ ก็ไม่มีประโยชน์อะไร อย่างเก่งแค่รอดตัว แต่ถ้าชนะ เขาจะยิ่งแค้น แล้วเขาจะมาเอาคืนหนักขึ้นกว่าเดิม ยอมให้เขาชนะตั้งแต่กระบวนการฝีปากจะดีกว่าเขามาทำร้าย หรือถึงขั้นทำร้ายก็ยังดีกว่าเขามาฆ่า

คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจหรอกว่าจะมีความอาฆาตแรงขนาดไหน เหมือนมีฟางกองใหญ่ คุณบอกว่า ก็จุดไม้ขีดก้านเดียวเอง ทำเหตุแค่นิดเดียวเอง ไม่คิดว่าจะเป็นไฟที่เผาวอดไปทั้งหมู่บ้านได้

อันนี้เราผิดเพราะเราไม่ประมาณ ไม่ฉลาด ทำสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แม้เล็กน้อย พอถึงจุดวิบากบาปส่งผล ก็อาจจะถึงตายได้

ก็ดูจากข่าวแล้วกัน เหตุมันนิดเดียวเอง ถ้าเราเอาน้ำหนัก ก็แค่ด่า ก็แค่กลั่นแกล้ง เขาไม่ได้มาฆ่า แต่คนแค้นเขาอาฆาต เขาเอาถึงตายเลย

ไม่ใช่ทุกคนนะที่โดนแกล้งแล้วเขาจะอาฆาตถึงตาย บางคนก็ยอม บางคนก็ไม่ถือสา บางคนก็เข้าใจ แล้วแต่พื้นฐานของเมตตาในแต่ละคน แต่ถ้าคุณไปแกล้งคนเจ้าคิดเจ้าแค้น ก็เหมือนไปจุดไฟในห้องที่เต็มไปด้วยแก๊สที่กำลังรั่วอยู่นั่นแหละ มันก็ระเบิดตายเท่านั้นเอง

พระพุทธเจ้าตรัสว่า บัณฑิตมีการไม่เพ่งโทษเป็นกำลัง ดังนั้นมาเป็นบัณฑิตกันเถอะ อย่าไปทำร้ายใคร อย่าไปถือสาใครเลย ชีวิตจะปลอดภัย เมื่อเราไม่สู้ ไม่ทำตัวกร่าง ไม่ทำตัวใหญ่ ไม่ทำร้ายใคร ไม่เบียดเบียนใคร เราจะอยู่ผาสุกได้นานเท่าที่ควรจะนานเชียวล่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published.