ทำดีในบ่อขี้

การทำดี ทำกุศล เป็นสิ่งที่ทุกคนควรทำอยู่แล้ว แต่หลายครั้งก็จะเห็นเป็นลักษณะการทำดีผิดที่ ผิดเวลา ผิดคนที่รับ ทำให้เกิดความเสียหาย อันตรายได้ เช่น การไปช่วยคนไม่ดี เขาย่อมไม่เห็นประโยชน์นั้น บางทีเขาอาจจะจะหาว่าเราไปยุ่งเรื่องเขาก็ได้ หรือการมีเจตนาดีช่วยคน แต่ทำให้เกิดความวุ่นวายทะเลาะ หาผลประโยชน์แอบแฝง ย่อมเสียมากกว่าได้

 

การที่เราไปทำดี ทำงานที่เป็นกุศล แต่ดันไปทำกับคนผิดศีล คนชั่ว คนพาลเป็นมิจฉาอาชีวะ 5 ข้อ 4 การมอบตนในทางผิด (นิปเปสิกะตา) คือเราไปรับใช้คนชั่ว ไปทำดีภายใต้การกำกับของคนชั่ว ทำดีให้ตายก็ไม่เกิดผล เหมือนหว่านเมล็ดในนาที่เน่า เหมือนลงไปขัดบ่อขี้ที่เต็มไปด้วยขี้ ขัดยังไงก็ไม่สะอาด ยิ่งขัดยิ่งเปื้อนยิ่งเลอะ เหม็นเน่า

 

ไปทำดีกับคนชั่ว คนพาล แม้สิ่งดีนั้นจะดีมาก เหมือนช่วยคนได้เยอะ แต่ผ่านคนชั่ว คนพาล จะได้ประโยชน์น้อย เพราะ เขาย่อมเอาไปหาผลประโยชน์ ไปหาโลกธรรมเข้าตัวเขาเอง ยิ่งหากคนคนชั่ว คนพาลมาแฝงตัวอยู่ในหมู่คนดีแล้ว จะเอาสิ่งดี สิ่งกุศลมาล่อให้คนเข้ามาเป็นบริวารล่าโลกธรรมให้ตนเอง ทำตัวเป็นนายหน้าค้าบุญ เอาบุญมาขาย สิ่งนี้ดีนะ ได้บุญเยอะนะ ทำซิ ทำซิ เป็นบาปใหญ่ ชั่วสุดชั่ว หลอกคนที่เจตนาดีมารับใช้กิเลสตนเอง

 

คนชั่ว คนพาล พระพุทธเจ้าท่านให้ห่าง ไม่ต้องไปคบ เลยไม่ต้องคิดเลยที่จะไปทำดีกับคนเหล่านี้ ทำดีไม่ขึ้นหรอก ทำไปมันสูญเปล่า เหมือนเอาดีละลายลงบ่อขี้เลย มันเหม็นฟุ้ง มันเป็นวิบากร้าย สิ่งที่ทำได้คือห่างไกลได้อย่างเดียว ไม่ต้องไปยุ่งกัน ไม่ต้องไปเก็บไว้เลยดีกว่าปลอดภัยที่สุด

 

ดังนั้นการจะทำดี ทำกุศล ก็ควรจะดูด้วยว่าทำกับใคร เขาเป็นอย่างไร เป็นคนดีมีศีลไหม จึงมีคำว่าเนื้อนาบุญ คือทำดีกับคนดี มีศีล หว่านลงไปที่นาบุญย่อมเกิดผลเจริญงอกงาม เป็นคุณค่าแก่โลก ทางกลับกันหากเราไปทำดีกับคนไม่ดี เป็นคนชั่ว คนพาล หว่านผิดนาเป็นนาบาปของที่หว่านลงไปก็เสียเปล่า อาจจะเพิ่มความเหม็นเน่าไปอีก เป็นพิษเป็นภัย เพิ่มเชื้อร้ายเสริมหนุนกิเลสเขาอีก เนี่ยวนำวิบากร้าย เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี แม้เจตนาดีแต่ผลก็เป็นร้ายได้

 

Leave a Reply

Your email address will not be published.