ตู้ปันทุกข์ (เจตนาดี การจัดการไม่ดี)

ผมเห็นข่าวเกี่ยวกับพวกตู้ปันสุขมาตั้งแต่แรก ก็พอจะเดา ๆ ได้ว่าจบที่ทุกข์ใจแน่นอน เพราะเคยมีประสบการณ์ในการแบ่งปันแบบไม่จำกัดแบบนี้มาแล้ว และก็พบว่า ผ่านไปไม่กี่วันก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ

เพราะมีเจตนาดี คือให้ แบ่งปัน เกื้อกูล แต่การจัดการไม่ดี คือไม่ประมาณในผู้รับ ผู้รับไม่มีศีล คือไม่ทำตามที่ผู้ให้ได้กำหนดไว้ เอามากกว่าที่ควร คือขโมย แรก ๆ อาจจะออกมาดี เพราะคนไม่มีศีลยังไม่รู้ แต่ตอนนี้กลายเป็นคนไม่มีศีล เขาก็ออกตระเวน ทำรอบ เดี๋ยวไปเอาตรงนั้น ตรงนี้

ตู้ปันสุขเลยกลายเป็นจุด check point เพื่อที่จะไป “กอบโกย” คนที่มีอำนาจ มีรถ เดินทางสะดวกก็ได้เปรียบคนอื่น มีหลายคันยิ่งได้เปรียบ พอมีคนขี้โลภ กอบโกย คนอื่นที่เขาจำเป็นต้องใ้ช้ก็จะไม่ได้ จึงเกิดการแข่งขัน ชิงของ สุดท้ายจะกลายเป็นมาเฟียตู้ปันสุขในที่สุด

ก็มีบางคนอาจจะคิดว่า ก็เราให้แล้วก็ปล่อยวาง ซึ่งโลกแห่งความจริงก็ไม่ได้สวยเหมือนความฝัน ก็มีบ้านหนึ่งที่เขาเก็บตู้เข้าบ้านด้วยเหตุของฝนและของหมด สุดท้ายโดนคนมาดักรอ กดกริ่ง เร่งให้แบ่งปัน จนถึงด่าในที่สุด

ตู้ปันสุข จึงกลายเป็นตู้ปันทุกข์ในไม่กี่วัน เพราะมีการให้ที่ไม่รู้จักประมาณ ให้ทานคนไม่มีศีล ย่อมเกิดประโยชน์น้อย เป็นความเศร้าหมอง ย่อมแตกต่างกับการให้ทานคนมีศีล ดังที่ในบทสวดได้กล่าวถึงผู้ปฏิบัติดีในหลักศาสนาพุทธว่า “เป็นผู้ที่ควรรับ เป็นผู้ควรแก่ของที่เขาถวายบูชา”

ดังนั้น เมื่อมีผู้ที่ควรรับ ก็มีผู้ที่ไม่ควรรับ มันเป็นธาตุตรงข้ามกัน ซึ่งหลายคนก็น่าจะได้เห็นโทษภัยของการให้ที่ไม่รู้จักประมาณผู้รับแล้ว ใครจะทำก็เตรียมใจไว้ให้ดี แต่ทำไปก็ไม่พ้นทุกข์หรอก

ไม่พ้นทุกข์เพราะอะไร เพราะลึก ๆ ตนเองทำดีก็หวังให้เกิดดี หวังให้เกิดความเกื้อกูลคนลำบากไปทั่ว ก็กลายเป็นว่าโดนคนจำนวนหนึ่งที่มีอำนาจ มากอบโกย มีรถ มีถุงใหญ่ ๆ มาเอาไป ดีไม่ดีเขาเอาไปขายต่ออีก กลายเป็นจะให้ทาน ดันโดนเขาขโมยไปขาย มันจะทำใจให้เป็นสุขไหวไหม หวังไว้แบบหนึ่ง ออกมาแบบหนึ่ง มันก็ผิดหวังพาทุกข์ใจไปอย่างนั้นแหละ

ส่วนคนมารับขี้โลภนี้ไม่พ้นทุกข์อยู่แล้ว ก่อนนอนก็จะคิดกังวลว่าต้องไปเอาที่ไหน ตื่นมาก็กลัวว่าคนอื่นจะไปเอาก่อน มีแต่ความกลัว ความโลภ หิวโหย อยากได้ ต้องรีบไป ต้องรีบกอบโกย ใครจะว่าอะไรก็ไม่สนใจ สนแต่ต้องได้สนองความอยากของฉัน กฎอะไรตั้งไว้ไม่สำคัญ ฉันมาก่อนฉันได้ก่อน คนอื่นเขาก็ทำแบบนี้ ก็คิดแบบคนขี้โลภแบบนี้ก็มีแต่ทุกข์เท่านั้นเอง

ดู ๆ ไปแล้วตู้ปันสุข ก็จะกลายเป็นตู้ปันทุกข์ไปในที่สุด เพราะทุกข์ทั้งผู้ให้และผู้รับ รวมทั้งผู้ที่เสพข่าวสาร เป็นทุกข์ หดหู่เศร้าหมอง เสื่อมศรัทธาจากความดีงามกันหมด

ที่พิมพ์มานี่ไม่ใช่ว่าจะให้เลิกให้ทาน แต่จะบอกว่าการให้ทานก็ควรจะมีการจัดการที่ดี ไม่ใช่ทำแล้วไปเอื้อให้คนอื่นเกิดกิเลส เกิดความอยาก มันจะเป็นภัยแก่ตัว มันก็มีหลายวิธีที่สามารถให้ได้โดยไม่มีปัญหา ในสังคมเขาก็มีทำกันอยู่ ก็ลองศึกษากันไปแบบว่าไหนมีประสิทธิภาพ ไม่มีภัย ก็ทำแบบนั้น หรือลองแล้วมันไม่ไหว มันลำบาก มันทุกข์ใจ ก็เลิก ก็เปลี่ยนไปทดลองอันใหม่ไปเรื่อย ๆ ทำดี อย่าท้อ

แต่เกิดเหตุการณ์แบบนี้มันก็ดีเหมือนกัน จะได้สอนคนดีให้เข้าใจว่า กลียุคก็เป็นแบบนี้แหละ จะทำดี มันก็จะพาให้ตัวเองตายได้เหมือนกัน คนดีที่มีปัญญาจึงเก็บตัวอยู่ในป่า 7 วัน 7 คืน ซึ่งยุคนี้ก็ยังไม่ร้ายถึงขั้นกลียุคใหญ่ แต่ก็ต้องทำด้วยความระมัดระวัง มีการจัดการที่ดี

ต้องรู้จักเรา คือเราความคาดหวังไหม เราติดดี เสพดีไหม เราจะไปทำเนี่ย เราจะไป “เอา” ผลดีกับเขาไหม เรา “ให้” แล้วเรายัง “เอา” ดีมาแลกไหม

และต้องรู้จักเขา คือเขาเป็นใคร เขาเป็นผู้ควรรับหรือไม่ เขาลำบากจริงไหม หรือเขาเป็นคนขี้โลภ หาวิธีกลอุบายเพื่อที่จะได้มามาก ๆ ไม่แบ่งปัน หรือเป็นคนที่ก้าวร้าว อันตราย หมายจะทำร้ายเรา อันนี้เราก็ต้องศึกษา ไม่ใช่ว่าไม่ศึกษากลุ่มเป้าหมายที่เราจะให้ทาน ถ้าวิบากดีผลมันก็ออกมาดี แต่ถ้ามีวิบากร้าย ผลบาปเข้ามา มันจะทุกข์หนัก อย่างที่เป็นข่าวในตอนนี้และอนาคต

Leave a Reply

Your email address will not be published.