ตั้งตู้แบ่งปันอย่างไร? ให้ใจเป็นสุข

มีคำถามเข้ามาว่า “ถ้าจะตั้งตู้ปันใจ..ควรทำอย่างไร?” ก็จะให้ความกันไปตามความเข้าใจที่ได้ศึกษามา

ตู้แบ่งปันหรือตู้ปันสุข หรือจะตั้งชื่ออย่างไรก็ได้แล้วแต่ชอบ เป็นรูปแบบหนึ่งของ “ทาน” คือ “อุบายในการสละออก”

ซึ่งจริง ๆ แล้วทานนี้ก็สามารถทำได้หลายแบบ ทั้งวัตถุ ความรู้ แรงงาน หรือแม้แต่รอยยิ้ม ก็เลือกที่จะใช้ตามความเหมาะสมคือ ทำทานแล้ว เราเองก็ลดความยึดมั่นถือมั่น และ “เอื้อ” ให้ผู้อื่นได้ลดความโลภ โกรธ หลง

ในการทำ “ทาน” ที่สัมมาทิฏฐิ นั้นจริง ๆ จะมีแค่ตัวเรากับกิเลสของเราเท่านั้น ไม่มีคนอื่น ไม่มีเหตุผลอื่น มีแต่เราเท่านั้น ที่จะหั่นความหลงติดหลงยึดและความเห็นแก่ตัวต่าง ๆ ออกไป ถ้าเข้าใจการตั้งจิตเป็นไปในแนวทางนี้ ก็คือทานที่เป็นสัมมาทิฏฐิ เป็นรากฐานสำคัญของสัมมาทิฏฐิ เพราะเป็นปัจจัยข้อแรกสุด ต้นสุด จำเป็นที่สุดในการทำทานให้เกิดผลเจริญ

ส่วนทานที่มุ่งไปที่เหตุภายนอกนั้น เช่น ให้เพราะเขาลำบาก ให้เพราะเขาจะอด ให้เพราะเขาจะทำร้าย นั่นเป็นทานที่มิจฉาทิฏฐิทั้งสิ้น เพราะไม่ได้มีการน้อมเข้าไปในใจตนเพื่อแก้ความหลงติดหลงยึดของตน เพียงแค่ใช้เหตุปัจจัยภายนอกเป็นตัวขับเคลื่อนในการทำดีเท่านั้น ไม่ได้เกิดจากใจที่บริสุทธิ์จริง ๆ

ตัวอย่างของการให้ทานที่เป็นยิ่งของมนุษย์ที่ยากจะหาผู้ใดทำได้นอกจากผู้ตั้งใจบำเพ็ญเป็นพระพุทธเจ้า คือชาติที่ท่านเป็นพระเวสสันดร เป็นการบำเพ็ญทานบารมี หนึ่งใน 10 สุดยอดบารมีในโลก

พระเวสสันดรไม่ได้ให้ทานเพราะเหตุผลของผู้อื่น คนนั้นคนนี้เขาก็แสดงความต้องการ ถ้าใช้ตรรกะทางโลกมันก็เถียงได้หมด แต่ด้วยความที่ท่านตั้งใจบำเพ็ญบารมี ไม่ว่าใครจะมาขออะไร ท่านก็จะพิจารณาให้ทานทั้งหมด ไม่ใช่ท่านให้เพราะว่าเขาขาด แต่ท่านให้เพื่อที่จะลดความยึดมั่นถือมั่น ลดความหลงติดหลงยึด ลดความเห็นแก่ตัวที่มีเหลืออยู่ในจิตใจเป็นหลัก

ดังนั้น หากจะมีความเห็นในการทำทาน ก็ให้ทำเพื่อลดความยึดมั่นถือมั่น ลดความหลงติดหลงยึดในตน แต่ถ้าทำแล้วรู้สึกมันทุกข์ มันกลัว กังวล ระแวง หวั่นไหว แสดงว่ามันเริ่มไม่ใช่ทาง ให้ปรับที่ใจก่อน

จะแก้ปัญหาอะไรในโลก ไม่มีอะไรสำคัญเท่ากับการแก้ที่ใจตน คนอื่นจะเป็นอย่างไร ก็จะเป็นไปตามกรรมของเขา เราต้องเอาใจของเราให้รอดก่อน ไม่ใช่ทำทานไปแล้วหดหู่เศร้าหมอง มันก็ต้องปรับทัศนคติ

หรือจะไปทำทานเพื่อเอาชนะความโลภคนอื่น อันนี้มันก็จะลามกไปอีก ชนะความโลภในตัวเองก็พอแล้ว กิเลสคนอื่นอย่าไปสะเออะสู้กับเขาเชียว เหมือนพยายามขนหินไปถมทะเลให้เต็มนั่นแหละ มันเป็นไปไม่ได้ที่เราจะทำทานแล้วให้คนอื่นหยุดโลภ เพราะทานนั้นเก่งสุดก็แค่ทำตนเองให้พ้นทุกข์ได้ยั่งยืนถาวรเท่านั้น ส่วนผลของทานที่จะไปช่วยคนอื่นนั้นก็จะได้เป็นคราว ๆ ไม่ยั่งยืนถาวร

ตอบคำถามแบบชัด ๆ กันก่อน ตู้ปันสุข นั้นเป็นสมมุติแบบหนึ่งของการทำทาน ซึ่งจะลองทำก็ได้ ไม่ผิด แต่ให้มีการจัดการที่ดี 1.จัดการใจตนเอง 2.จัดการไม่ให้เกิดองค์ประกอบที่คนไม่ดีเขาจะทำชั่วได้ง่าย 3.จัดการให้เกิดประสิทธิภาพตามที่ตั้งใจไว้ 4.ไม่ยึดมั่นถือมั่นในรูปแบบหรืออุบายในการให้ทานนั้น ๆ คือพร้อมปรับพร้อมเปลี่ยน 5.วางใจในผล ทำดีเต็มที่ก็ปล่อยวางผลให้เต็มที่ เราทำงานของเราแล้ว ที่เหลือเป็นเรื่องภายนอก

เมื่อหมดความหลงติดหลงยึดในตน หรือแม้ในวัตถุหรือรูปแบบที่ตนคิดว่าดี มันก็เป็น “สุข” นั่นเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published.