ค่ายพระไตรปิฎก แพทย์วิถีธรรม

ค่ายพระไตรปิฎก ครั้งที่ 28  ณ สวนป่านาบุญ 2 อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ของพี่น้องชาวแพทย์วิถีธรรม มีกิจกรรมอะไรบ้าง บรรยากาศเป็นอย่างไร ค่ายพระไตรปิฎกเป็นค่ายปฏิบัติธรรม ของจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม และพี่น้องที่สนใจ โดยการนำของ อ.หมอเขียว นำธรรมะจากพระไตรปิฎก มาอธิบายให้เข้าใจได้ง่าย

เริ่มเปิดค่ายด้วยการปฐมนิเทศน์ โดย อ.หมอเขียว มีเนื้อหาดังนี้ การที่พวกเราได้มารวมกันเรียนรู้ธรรมะที่ถูกตรง พาไปสู่ทางพ้นทุกข์ เป็นโอกาสที่ดี เพราะท่ามกลางปัญหาต่าง ๆ ในโลก ทั้งน้ำแล้ง, ไฟป่า, ฝุ่น pm2.5, การปล้น, ฆ่า มากมาย พวกเราแม้เป็นส่วนน้อยในโลก เทียบไม่ได้เลยกับมวลหมู่อื่นในโลก แต่เราเป็นมวลที่ผาสุก ทุกข์น้อย มีค่ามากที่ได้มาบำเพ็ญ เรียนรู้การพึ่งตน และช่วยคนให้พ้นทุกข์ เป็นทางออกของปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไร เราก็จะสามารถขจัดทุกข์ใจ ที่เป็นทุกข์ที่สุดในโลกได้

กิจกรรมหลักในค่ายพระไตรปิฎก  คือการฟังการบรรยาย โดย อ.หมอเขียว โดยในครั้งนี้ อ.หมอเขียว จะเน้นนำพาปฏิบัติสู่ความพ้นทุกข์ ด้วย ญาณ 7 พระโสดาบัน ข้อที่ 5 ขวนขวายกิจน้อยใหญ่ของหมู่มิตรดี และเพ่งเล็งกล้าในอธิศีล อธิจิต อธิปัญญา สรุปคือ ร่วมทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม พร้อมลดกิเลส เครื่องกังวล การเบียดเบียน ความยึดมั่นถือมั่นไปด้วย

ในแต่ละวันจะเริ่มต้นตั้งแต่เช้าตรู่ ตี 4.30 สวดมนต์ และพร้อมฟังธรรมะรับอรุณ จากท่านสมณะ นักบวชชาวอโศก กิจกรรมต่อมาพอฟ้าเริ่มสว่าง คือการบำเพ็ญฐานงาน ซึ่งในค่ายนี้ อ.หมอเขียว ได้เน้นการพัฒนาพื้นที่โดยการทำบารายคัลเจอร์ หรือการทำภูเขาน้อยประหยัดน้ำ ทำกสิกรรมไร้สารพิษอย่างยั่งยืน
โดยกิจกรรมเน้นไปที่การเตรียมพื้นที่ และเตรียมอินทรีย์วัตถุต่าง ๆ ที่พอหาได้จากในพื้นที่ และได้รับการเอื้อเฟื้อจากพี่น้องชาวบ้านพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมบริจาคของเหลือใช้ เช่นลูกมะพร้าว, เศษอิฐ, กิ่งไม้ เป็นต้น เป็นกิจกรรมที่อาศัยความร่วมแรงร่วมใจกันของพี่น้องที่มาเข้าค่าย งานเยอะ งานหนัก ขนเศษวัสดุไม่ต่ำกว่า 10 คันรถกระบะ งานนี้ถ้าทำคน สองคนคงท้อก่อนแน่ ๆ ทำทั้งรอบเช้ารอบบ่าย

ทุกคนทำงานด้วยความเบิกบาน เป็นแรงมหัศจรรย์ให้ไปทำข้างนอกเองคงทำไม่ได้แน่นอน การได้ทำงานร่วมกับหมู่มิตรดี เป็นประโยชน์มาก ทำงานไปด้วย ล้างใจไปด้วย จากผัสสะที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงาน ได้ตรวจความเอาแต่ใจของเรา ความยึดมั่นถือมั่น ความกังวลต่าง ๆ เรียกได้ว่าประโยชน์คูณสอง คูณสาม เลย

1. คือได้เสียสละแรงกายทำงานที่เป็นประโยชน์กับผู้อื่น
2. ได้ลดกิเลส ได้ตรวจว่าเรายังมีโลภ โกรธ หลง ไม่ถูกใจ ชอบใจอะไรไหม
3. เป็นตัวอย่างที่ดีแก่โลก เป็นแรงเหนี่ยวนำในการทำดี แม้น้อย แต่ประโยชน์มาก

 

อีกกิจกรรมที่น่าสนใจ คือการสอบของนักศึกษาวิชชาราม เป็นการสอบสภาวะธรรม โดยแต่ละคนจะได้มาพูดหน้าชั้น คนละ 7 นาที จะสอบช่วงเที่ยง ระหว่างกินข้าว จะให้มาเล่าถึงการต่อสู้กับกิเลส ที่ผ่านมาว่าแพ้หรือชนะกิเลสบ้าง

การสอบนี้ ถือว่าเป็นการเรียนรู้ร่วมกันทั้งอาจารย์และลูกศิษย์ อาจารย์ก็จะได้เห็นว่าลูกศิษย์ไปสู้กับกิเลสมายังไงบ้าง ลูกศิษย์ก็ได้ศึกษาเรียนรู้จากเรื่องราวของเพื่อน เป็นประสบการณ์ตรง ของจริง จากเพื่อน เป็นการทำเหตุแห่งวิมุติ 5
1.การฟังธรรม
2.แสดงธรรม
3.ได้สาธยายธรรม
4.ทบทวนธรรม
5.ปฏิบัติมรรคมีองค์ 8

การได้ฟังเพื่อน พี่น้องสอบ ทำให้เราได้เรียนรู้จากเพื่อน บางเรื่องเราไม่ต้องไปเจอเองใช้สิ่งที่เพื่อนเจอมาปฏิบัติ เป็นตัวขยายปัญญาให้มากขึ้น เป็นเหมือนการได้เรียนในห้องเรียน แล้วไปปฏิบัติ เจอผัสสะของจริงแล้ว ผลเป็นยังไง แต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ฟังคนอื่นจะได้เหลี่ยมมุมหลากหลายสนุกกันเลย เรื่องราวบางเรื่องก็คาดไม่ถึงว่าจะผลจะออกมาอย่างนั้น

 

กิจกรรมหลัก ๆ ในค่ายพระไตรปิฎก ก็จะมีประมาณนี้ อาจจะมีการปรับเปลี่ยนบ้างเหตุปัจจัย เป็นค่ายที่ อ.หมอเขียวนำพาให้ลูกศิษย์ได้ฝึกปฏิบัติถูกตรงตามหลักพุทธศาสนา พาไปสู่ความผาสุก เบิกบาน แจ่มใส

Leave a Reply

Your email address will not be published.