ความพอเพียง คือพอที่ใจ

ช่วงนี้กระแสมีการเมืองแรง ต่อต้านรัฐบาล และเลยไปถึงการไม่เอาสถาบันที่คนไทยเคารพ เริ่มเห็นตามสื่อสังคมโซเชียล มีการพูดถึงทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง ไปในทางลบดูหมิ่น ทำนองว่าเป็นทฤษฎีของคนรวย ทำจริงไม่ได้หรอก เพ้อฝัน ใส่ร้าย สร้างความเข้าใจผิด ลดความน่าเชื่อถือ เพียงเพราะไปเอาตัวอย่างส่วนหนึ่งหรือส่วนที่ผิด

 

ความพอเพียงที่ในหลวง ร.9 ตรัส คือความพอเพียงรู้จักการประมาณตน มีเหตุผลในการกระทำพอประมาณ ดังนั้นความพอเพียงคือ พอที่ใจ ใจพอ ลดโลภ ลดโกรธ ลดหลง ไม่ไปยากได้ในสิ่งที่เกินกำลังเรา ไม่ไปเบียดเบียนคนอื่นสัตว์อื่นเพื่อประโยชน์ตนเอง ไม่หลงในอบายมุข กิน เสพ ดื่ม เที่ยวเล่นไร้สาระ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มีแต่จะทำให้เพิ่มความทุกข์ เดือดร้อน ปกติคนเราจะชอบสุขเกลียดทุกข์ แต่ก็ชอบทำเหตุให้ทุกข์ ดังนั้นเมื่อเราตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นในชีวิตออกไป ชีวิตก็ผาสุก พอใจเท่าที่มี

 

เศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช่คือการไปปลูกผักกินอย่างเดียว คนคิดอย่างนั้นคิดตื้นไป ที่ถูกคือใครทำกิจการการงานอะไรที่สุจริตก็ทำไปตามกำลังของแต่ละคน เอาแค่พอกินพอใช้ สมเหตุสมผล ไม่กอบโกยเอามาก ๆ แล้วรู้จักการพึ่งตนเองเป็นหลัก คือจะทำให้มีภูมิต้านทาน หากเกิดวิกฤตอะไรก็สามารถจะประคองตนเองได้ พึ่งตนได้

 

การปลูกผัก หรือการทำกสิกรรมไร้สารพิษก็เป็นทางรอดหนึ่งในยามวิกฤต เช่นสถานการณ์โควิด-19 ในตอนนี้ ไม่ใช่ว่าต้องไปทำอะไรให้ใหญ่โต หรือมีพื้นที่อะไรมาก ก็ทำไปตามที่ตนเองมี ทำตามพื้นที่ของเรา ให้พอดีกับชีวิต พอดีกับครอบครัวเรา เริ่มจากเอาพื้นที่ในบ้าน จะมุมไหนก็ได้ ระเบียง ดาดฟ้า ตรงไหนก็ได้ ใส่กระถางเอาปลูกพืชที่เรากิน ผักที่เราชอบ อาจจะเป็นพวกผักสวนครัวก็ได้ อย่างน้อยก็ประหยัดไปต้องไปซื้อเขา เป็นการเรียนรู้การพึ่งตนเอง

 

ความพอเพียงนั้น ไม่ใช่อยู่ที่วัตถุ ต้องมีแล้วถึงจะพอ ความพอเพียง อยู่ที่ใจ ใจที่พอ ใจที่ไม่เอาอะไร ไม่เบียดเบียน ไม่โลภ พอเท่าที่มี ชีวิตไม่ได้ต้องการอะไรมาก หากเรารู้จักพอเพียง ไม่อยากได้อะไร ก็จะมีความทุกข์น้อย ชีวิตก็ผาสุกมากขึ้น

Leave a Reply

Your email address will not be published.