ข้าวของชาวนา ถนนของใคร?

ช่วงนี้มีปัญหาเกี่ยวกับการเดินทาง ซึ่งผู้ที่ใช้รถใช้ถนนหลายเส้น ก็จะพบว่ามีข้าวมาวางตากกันบนถนน ซึ่งจริง ๆ แล้วการมาตากข้าวบนถนน ก็ผิดวัตถุประสงค์ของถนน และเบียดเบียนชาวบ้าน

การนำข้าวซึ่งเป็นสมบัติส่วนตน ผลกำไรส่วนตน มาตากไว้บนทรัพย์สินส่วนกลาง ถือเป็นความเห็นแก่ตัวที่จัดจ้าน ชัดเจน คือไม่มีความเกรงกลัวหรือความละอายใด ๆ เลย ที่จะเอาแต่ประโยชน์ตนโดยสร้างความลำบากให้ผู้อื่น

จากข้อมูลที่ได้ค้นหามา ชาวนาเขาว่า ตากข้าวบนถนน ข้าวแห้งเร็วดี ถ้าตากบนดินใช้เวลา 5 วัน ตากบน ถนน 2 วันซึ่งมันก็เป็นข้อมูลที่เป็นผลประโยชน์ส่วนตน บ้างก็ว่าถ้าไม่ให้ตากข้าวบนถนน ก็หาที่ตากให้ด้วย ซึ่งมันไม่ใช่ปัญหาของคนอื่นเลย มันเป็นปัญหาของตัวชาวนา กลุ่มชาวนา ชุมชน

เป็นสิ่งที่แสดงว่าชุมชนนั้นอ่อนแอ ไม่เข้มแข็ง เบียดเบียนกันและกันเป็นปกติ เพราะความจริงแล้ว ข้าวก็ยังเป็นสินค้าซื้อขาย มีผลกำไร ชาวนาสามารถรวมกลุ่มลงทุนแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ หรือแม้แต่การจะเทพื้นปูนไว้สำหรับตากข้าวในพื้นที่ของตัวเอง ก็ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่แพงนักสำหรับชาวนาที่ทำเป็นอาชีพ

ผมเคยสัมผัสชาวนาอยู่บ้าง ไม่ใช่ชาวนาจะจนทุกคนนะครับ แต่เขาใช้เงินไปในสิ่งที่แตกต่างกับคนอื่น เอาจริง ๆ ชาวนาหลายบ้าน รวยกว่าคนเมืองอีก ทรัพย์สินมากมายถูกเปลี่ยนเป็นสิ่งของที่เหมือนจะไม่เป็นตัวเงิน แต่ถ้าสรุปยอดขึ้นมาก็หลายบาทอยู่

ทีนี้ปัญหาที่ตากข้าว มันเป็นปัญหาที่ชาวนาควรมุ่งแก้ไขที่ตน เพราะตนเองมีปัญหา ไม่ใช่ทำเอาตนสบายแล้วสร้างปัญหาให้คนอื่น มีพื้นดินก็ตากบนดินไป มีเงินก็ทำพื้นปูนตากกันเองไป (ถ้ามันดีขนาดนั้นล่ะนะ) หรือถ้าไม่มีก็รวมกลุ่มกันลงขันสร้างลานปูนตากกันไป สลับกันตากไม่นานก็ครบ ก็เขาว่าตากกันแค่ 2 วันเอง

จริง ๆ บ้านเมืองก็ไม่ควรเอาผลประโยชน์ส่วนตนมาเบียดเบียนคนส่วนรวมนะ จะอ้างว่าเป็นชาวบ้าน เป็นคนจนก็ไม่ใช่ประเด็นหรอก เพราะชาวนาที่เขามีความละอาย มีความเกรงกลัว เขาก็ไม่ทำหรอก การตากข้าวบนถนนเนี่ย มันชัดอยู่แล้วว่าเลือกเบียดเบียนชาวบ้าน เพราะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน

Leave a Reply

Your email address will not be published.