กักตัวเอง เพื่อตนเองและผู้อื่น (โควิด-19)

วันนี้เห็นมีกระแสออกมาจากแพทย์และพยาบาล เขาก็ชูป้าย ว่าให้เรากักตัวอยู่บ้าน โดยความหมายก็น่าจะเป็นอย่าพยายามออกไปหาเชื้อโรคให้เรื่องมันเพิ่มนั่นแหละ

ก็เห็นด้วยอยู่ เพราะช่วงนี้สังคมค่อนข้างอ่อนไหว โรคน่ะไม่น่ากลัวเท่าไหร่หรอก เพราะคนกลัวโรคน่ากลัวกว่า ต่างประเทศเขาก็ทำร้ายกันมาแล้ว เมืองไทยแค่ยังไม่เกิดขึ้น

การกักตัวสำหรับผมนี่มันเป็นเรื่องธรรมดามาก เพราะเคยทดลองทำอยู่หลายครั้ง ไปตลาดทีหนึ่งอยู่ได้มากกว่าครึ่งเดือน สมัยนั้นยังไม่มีตู้เย็นใช้ด้วยซ้ำ แค่ซื้อผักที่เก็บได้นานมากินแล้วเก็บไว้ที่เย็น ๆ หน่อยก็อยู่ได้นานแล้ว อาหารการกินก็ไม่ได้ยากอะไร

ส่วนกิจกรรมนี่ก็มีเยอะ ทำสวนก็เป็นกิจกรรมที่ทำให้วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ก็มีอยู่เหมือนกันช่วงที่ทำสวนไม่ได้ ก็อ่านหนังสือบ้าง อ่านข่าวสารบ้าง สิบกว่าวันไม่ทำงานอะไรเลย นอนป่วยพักฟื้นอยู่เฉย ๆ ก็อยู่ได้ ไม่ได้น่าเบื่ออะไร เพราะเราก็หาประโยชน์อื่นทำได้

มันก็เป็นสภาวะที่จำเป็นจะต้องเก็บตัวให้มาก ออกไปกินใช้และเดินทางเท่าที่จำเป็น เพราะติดมาทีอาจจะไม่ได้ตายด้วยไวรัสก็ได้ อาจจะประสาทกินตายก่อน

เพราะนอกจากทุกข์กายแล้วยังทุกข์ใจด้วย กลัวตัวเองตายก็กลัว กลัวคนอื่นติดก็กลัว แถมยังโดนคนรังเกียจอีก โรคนี้คนเขารังเกียจขนาดที่ว่าพร้อมใจกันให้ภาครัฐเอาผู้มีความเสี่ยงไปกักไว้ให้ไกลผู้ไกลคน กักไว้นาน ๆ ขนาดคนเป็นเอดส์เขายังไม่ทำกันขนาดนี้เลย

ดังนั้นเพื่อตัดปัญหา คลายกังวลใจ เราก็กักตัวเราเองก่อนซะเลย ไม่ต้องไปห่วงธุรกิจนั่นนี่เขาจะเจ๊ง เอาตัวเองให้รอดก่อนก็พอ อย่างน้อยก็ให้คนอื่นเขาสบายใจ โดยเฉพาะกับคนใกล้ตัวที่มีส่วนได้ส่วนเสียมาก ๆ

คนที่ทำงานอยู่ก็คงต้องทำไป ก็เพียงแค่งดการไปเดินเล่น หาสิ่งบันเทิงอารมณ์ทั้งหลาย เลิกงานก็กลับบ้าน จ่ายตลาดก็ใช้เวลาเท่าที่จำเป็น มันก็จะเป็นการลดความเสี่ยงลงได้

พอกักตัว สิ่งที่ยาก คือวินัยในการใช้ชีวิต ตัณหาคือความทะยานอยาก มันก็จะแต่งตัวใส่รองเท้าพุ่งออกไปหาของที่อยากได้นั่นแหละ ตรงนี้ก็ต้องคอยอบรมข่มใจตัวเองไป ในสภาวะเช่นนี้ ถ้าเราลดการระบาดได้ก็จะเป็นการช่วยชาติได้ทางหนึ่ง เป็นส่วนหนึ่งในการลดโรคลดภัย

แต่ถ้าทำตรงข้าม ก็ให้ผลตรงกันข้ามนั่นแหละ คือเป็นผู้มีส่วนในการเพิ่มโรคเพิ่มภัย

Leave a Reply

Your email address will not be published.